หลุมฝ้ากับกล่องบังราง ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก สำหรับผู้ที่อยากซ่อนราง และขายึดผ้าม่าน ซึ่งอาจจะ ลังเลว่า ควรเลือกแบบไหนดี ระหว่าง หลุมฝ้ากับกล่องบังราง รับออกแบบภายใน

 

หลุมฝ้าซ่อนผ้าม่าน

 

หลุมฝ้าซ่อนผ้าม่าน

คือ ความลึกของฝ้า ที่มีการเจาะ เป็นช่องลึก ขึ้นไป หรือเรียกอีกอย่างว่า ดรอปฝ้า ซึ่งมักจะ ถูกดีไซน์ มาตั้งแต่ เริ่มก่อสร้าง โดยส่วนมาก จะมีความลึก อยู่ที่ 20 ซม.

เพื่อไว้สำหรับ ซ่อนขา ยึดราง แล้วก็ตัวรางผ้าม่าน มีความกว้าง หรือ ห่างจากผนัง ออกมา 20 ซม.  ซึ่งสามารถ เพิ่มความกว้างพิเศษได้ เป็น 25 ซม. เพื่อให้เหมาะสม กับชนิด ของผ้าม่าน ที่นำมาตกแต่ง

แต่ก็สามารถ ทำภายหลัง การก่อสร้าง ได้เช่นกัน แต่อาจจะ ต้องพิจารณาถึง โครงสร้าง หรือระบบต่าง ๆ ว่าสามารถ ทำได้หรือไม่ เพราะการ ทำหลุมฝ้านั้น จะเป็นการยกระดับฝ้า ให้สูงขึ้น

ซึ่งบางที อาจกระทบ ต่อโครงสร้างด้านบน ได้นั้นเอง ในเรื่องของรูปแบบ ไม่ค่อยมีให้เลือกมากนัก ส่วนใหญ่ มักเพิ่มความสวยงาม ด้วยการตกแต่งไฟ เพิ่มเข้าไป

ข้อดี

      • ซ่อนขายึดราง ตัวรางผ้าม่าน ให้ดูเป็นระเบียบ เรียบร้อย  อีกทั้ง ยังช่วยบัง ในส่วนของ หัวผ้าม่าน เช่น หัวผ้าม่านจีบ เป็นต้น และยังช่วยป้องกัน แสงแดด ที่จะแยงเข้ามา ได้อีกด้วย โดยการป้องกัน ได้มาก – น้อยนั้น จะขึ้นอยู่ กับความสูง ของหลุมฝ้า
      • มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ของจุดติดตั้ง เพราะถือเป็น ส่วนหนึ่ง ไปกับฝ้า หรือเพดาน ไม่ต้องทำแยกชิ้น เหมือนกล่องบังราง และไม่เป็นการ เพิ่มน้ำหนัก ให้กับโครง C-line ที่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ เกิดผลเสีย ในอนาคตแต่ทั้งนี้ ก่อนทำ ควรเช็ค และพูดคุยสเปค อย่างละเอียด และควรทำ การเสริมไม้อัดหนา 20 มม. กับโครงด้านบนสุด ของหลุมฝ้า บริเวณจุด ที่ยึดม่าน เพื่อให้สามารถ เลือกจุดติดตั้ง ได้อย่างอิสระ และทำให้ การติดตั้งม่านม้วน หรือม่าน ที่มีน้ำหนัก มากได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย
      • ช่วยทำให้ ภายในห้อง ดูสูงโปร่ง ด้วยความที่ มีการทำระดับของฝ้า ให้สูงขึ้น เมื่อติดตั้งผ้าม่าน ความสูงของผ้าม่าน ก็จะเพิ่มขึ้น ไปด้วย ซึ่งจะช่วยหลอกสายตา ให้ภาพรวม ภายในห้องนั้น ดูสูงโปร่งยิ่งขึ้น นั้นเอง อีกทั้ง ยังสามารถ กำหนด ความกว้างพิเศษ ได้ง่าย  และไม่เกิดปัญหา ตกท้องช้าง

ข้อเสีย

      • ราคาสูง เมื่อเทียบกับ การทำกล่องบังราง เพราะว่าหลุมฝ้านั้น มีขั้นตอน การทำ ที่ยุ่งยากกว่า ซึ่งต้องมีการ รื้อถอนฝ้า เพิ่มโครงสร้าง และเก็บงานฝ้า เพื่อความเรียบร้อย
      • มีความยุ่งยาก หากทำหลังการก่อสร้าง เพราะต้องมีการรื้อฝ้า เพื่อยกระดับของฝ้า ให้สูงขึ้น ทั้งยังต้องระวัง ในเรื่องของโครงสร้าง คานด้านบน หรือท่อต่าง ๆ ว่าสามารถทำได้หรือไม่ หรือทำได้สูงได้เท่าไหร่

 

กล่องบังราง

 

กล่องบังราง

เป็นการนำโครงไม้ หรือกล่องไม้ มาติดครอบ บริเวณรางผ้าม่าน เพื่อไว้ ซ่อนขายึดราง รวมทั้งตัวรางผ้าม่าน ซึ่งจะเป็นโครงไม้ 3 ด้าน คือ ด้านบน ด้านข้าง และด้านหน้า หรือโครงด้านเดียว ( เฉพาะด้านหน้า ) ยึดติดกับ โครง C-line ด้านบน

ข้อดี

      • ซ่อนขายึดราง ตัวรางผ้าม่าน ให้ดูเป็นระเบียบ เรียบร้อย ซึ่งจะเหมือนกับ การทำหลุม ทั้งยังช่วยบัง ในส่วนของ หัวผ้าม่าน แล้วยังช่วย ป้องกันแสงแดด ที่จะเข้ามา

โดยการป้องกันแสง ได้มาก หรือน้อยนั้น จะขึ้นอยู่กับ ความสูงของกล่องบังราง ซึ่งขนาด ที่แนะนำ คือ ลึก 2 ซม. และกว้างตั้งแต่ 20 ซม. ขึ้นไป สำหรับรางตรง

      • ติดตั้งได้ง่าย เพราะว่า เป็นการนำโครงไม้ หรือกล่องไม้ มาครอบประกอบ และยึดกับตัวโครง C-line ของฝ้า จึงไม่จำเป็น ต้องรื้อถอนฝ้า ให้เกิดความยุ่งยาก
      • มีรูปแบบ ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แบบกล่องไม้ทาสีขาว แบบหุ้มผ้า และ แบบตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ เป็นต้น

ข้อเสีย

      • อาจจะส่งผล ต่อโครงสร้าง โดยเฉพาะ ในระยะยาว เพราะว่า เป็นการนำโครงไม้ มายึดกับโครง C-line ซึ่งนับว่า เป็นการเพิ่มน้ำหนัก ให้กับโครง C-line ซึ่งอาจจะ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซ่อมฝ้า ในอนาคตได้

โดยปกติแล้ว C-line ที่โครงการบ้าน หรือคอนโดทั่ว ๆ ไป ทำกัน จะทำตามสเปค สำหรับรับน้ำหนัก ของฝ้าเท่านั้น อาจไม่ได้เผื่อ มาสำหรับ รับน้ำหนัก กล่องบังราง ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสีย ในเรื่องของความแข็งแรงได้

      • อาจทำให้เกิดปัญหา เรื่องฝ้าตกท้องช้าง และเกิดเป็นช่องว่าง ระหว่างกล่องบังราง กับฝ้าได้ ซึ่งอาจจะ ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการทำการแก้ไข

เพราะการ ทำบังราง อาจเป็นการ เพิ่มข้อจำกัด ด้านการติดตั้งม่าน ไปกับโครงไม้ด้านบน กรณีทำบังราง, กล่องไม้ หรือยึดฝ้า

      • ห้องดูไม่สูงโปร่ง เตี้ย โดยเฉพาะ ห้องที่มีความสูง ไม่มากนัก เพราะกล่องบังราง เมื่อติดตั้งตัวกล่อง จะอยู่บริเวณใต้ฝ้า จะทำให้ ภาพรวม ภายในห้องนั้น ดูเตี้ยลง นั้นเอง

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *