Peaky Blinders : พีกี้ ไบลน์เดอร์ส เป็นซีรีส์สายดาร์ค ในแนวอาชญากรรม, พีเรียด และดราม่า กำกับโดย Steven Knight, David Caffrey, Tim Mielants

 

เป็นเรื่องราวของ แก๊งค์อันธพาล แก๊งค์หนึ่ง ในเมือง Birmingham นำโดยครอบครัว เชลบี้ โดยมี พี่ชายคนโต อาเธอร์ ( รับบทโดย Paul Anderson​​ ) พี่คนรองโธมัส ( รับบทโดย Cillian Murphy ) 

น้องเล็ก จอห์น ( รับบทโดย Joe Cole ) และ ป้าพอลลี่ เกรย์ ( รับบทโดย Helen McCrory ) เป็นเรื่องราว หลังสงครามโลก โดยพวก เชลบี้ พึ่งกลับมา จากสงคราม

โดยทอมมี่ หรือโธมัส ขึ้นเป็น หัวหน้าครอบครัว ที่พร้อมปะทะ กับกลุ่มใหญ่ ๆ แบบไม่กลัวตายเลย เขาจัดการ ปัญหาทุกอย่าง ด้วยความฉลาด โดยครอบครัวนี้ มีธุรกิจหลัก คือการทำ พนันม้า 

โดยเขา พาครอบครัว ไปสู่อำนาจ และเงินที่มากขึ้น และพัวพัน กับสิ่งผิดกฎหมาย เหล้า ยา ผู้หญิง และเริ่มถลำลึก ไปเรื่อย ๆ จนพัวพัน กับเกมการเมือง สกปรก ระดับประเทศ

พีคกี้ ไบลน์เดอร์ส ชื่อนี้ ไม่ได้มา เพราะโชคช่วย แต่เป็นฉายา ที่รับการขนานนาม จากวีรกรรม ที่สมาชิก ได้ไปก่อขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า นั่นก็คือ การติดใบมีดโกน ไว้ที่หมวกทรง พีคกี้ ซึ่งเวลาสู้ แก๊งค์นี้ ก็จะถอดหมวก ที่แฝงใบมีด ไว้บริเวณขอบหมวก ออกมาปาดคอ

 

Peaky Blinders

 

Peaky Blinders ซีรีย์ ที่มาในโทนเท่ ๆ ในแบบฉบับของ มาเฟีย พร้อมคาแร็คเตอร์ มาดเข้ม โดยในปี 2019 ก็ดำเนินมาถึง Season 5 ไปแล้ว

โดยก่อนหน้านี้ ทางผู้กำกับอย่าง Steven Knight ก็ได้เกริ่น ให้แฟน ๆ ได้รู้กัน ก่อนแล้วว่า ซีรีส์โคตรเดือด เรื่องนี้ จะจบลง ที่ Season 6 เท่านั้น

นั่นหมายความว่า การดำเนินเรื่อง ในซีซั่น 5 จะต้องรวดเร็ว และมีการเริ่ม ขมวดปม ที่ซับซ้อนขึ้น และเรื่องราว ที่ดุเดือดขึ้น อย่างไม่ต้องสงสัย

โดยภาค 1 – 4 มีการดำเนิน เรื่องของ Peaky Blinders จะไม่เน้น เรื่องราว ที่ฉาบฉวย มากนัก แต่จะเน้น ไปที่ การเล่าเรื่องราว อย่างละเอียด เน้นไปที่ อารมณ์ของนักแสดง

ซึ่งเป็น อีกหนึ่งจุด ที่ทำไว้ ได้ดีเอามาก ๆ ทำให้คนดู รู้สึกมีส่วนร่วม และรู้ตัวอีกที ก็จบซีซั่น ไปซะแล้ว แต่สำหรับซีซั่น 5 นั้น ไม่ใช่เลย เพราะการปรับเรื่องราว ให้มีความ กระชับ มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็สามารถ ปูเนื้อหาอื่น ๆ ที่สอดแทรก เข้ามา ได้อย่างพอเหมาะ พอเจาะ ดูไม่ขาด หรือไม่เกิน

 

Peaky Blinders

 

โดยตัวเอกของเรื่อง อย่าง โทมัส เชลบี้ หัวหน้าแก๊งค์ Peaky Blinders ในซีซั่น 5 จะเห็นได้ชัดว่า มีการเติบโต และเป็นผู้ใหญ่ มากขึ้น จากเมื่อก่อน ที่เขา จะเป็นคนที่ ชอบลงมือ สะสางปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เกือบทั้งหมด

แต่เมื่อโทมัส ได้เลือกเส้นทาง นักการเมือง แล้ว การที่ จะลงมา จัดการ กับปัญหาต่างๆ ก็ไม่ใช่ เรื่องง่าย เหมือนอย่างเคย เขาจึงต้อง เลือกทำ แบบ น้อยลง แต่ คิดมากขึ้น นั่นเอง

ซึ่งเรา ก็มองว่า เป็นอีกหนึ่ง พัฒนาการ ของตัวละคร ที่มากขึ้น ส่งผลให้ การดำเนินเรื่อง มีความเข้มข้น ในด้านเนื้อหา ที่เพิ่มขึ้นมา ทันที

ถึงแม้ว่า จะมีการขมวด เรื่องราว ให้มีความรวดเร็วขึ้น แต่เนื้อหา ประเด็นต่าง ๆ ก็ยังคง เข้มข้น ไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ เส้นเรื่อง ที่ยังคง คาดเดาไม่ได้ ตามสไตล์ของ ซีรีส์เรื่องนี้

ที่บอกเลยว่า ทำมาได้ดีจริง ๆ ทั้งในแง่ ของการตัดต่อ เอฟเฟ็กต์ต่าง ๆ การเล่าเรื่อง รวมไปจนถึง การแสดง ของนักแสดง เรียกได้ว่า เป็นซีรีส์ ที่มีองค์ประกอบ ครบสุด ๆ อีกหนึ่งเรื่องเลย ยิงปลาทดลอง

ตัวละคร ที่จะไม่พูดถึง ไม่ได้เลย สำหรับซีซั่นนี้ ก็คือตัวร้าย ที่เรียกได้ว่า เป็นคู่ปรับ ของโทมัส ได้แบบเต็มปาก เต็มคำ ในแบบที่ ตัวโทมัสเอง ยังเอ่ยปากเลยว่า “เขาอาจจะ เจอคนที่เขา ไม่สามารถปราบได้ แล้วล่ะ”

นั่นก็คือ ส.ส. Oswald Mosley ( รับบทโดย Sam Claflin ) ที่พูดได้เลยว่า แสดงดีมาก ซึ่งอาจจะ เป็นการแสดง ที่ขึ้นหิ้ง ของเขา เลยทีเดียว ทั้งบทพูด ความมั่นใจ การแสดงออกทางหน้าตา ท่าทาง และสายตาอันเคร่งเครียด ที่มันสามารถ พาเราอิน เข้าไปในเนื้อเรื่อง ได้แบบลืมตัวเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *